แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคหัวใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคหัวใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2554

Noni น้ำลูกยอโนนิ

Noni น้ำลูกยอโนนิ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำลูกยอ 99.5%


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับลูกยอ
          ลูกยอ Noni (Morinda citrfolia Lin) เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Morinda citrfolia Lin ลูกยอของไทยเป็นชนิดเดียวกับของต่างประเทศคือ เกาะตาฮิติ ที่มีขายทั่วโลก ในประเทศไทยลูกยอได้ถูกนำมารับปรัทานเป็นอาหาร และมีสรรพคุณเป็นยารักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน
            ลูกยอมีประโยชน์ทางด้านคุณค่าของอาหารที่มีวิตามิน A และธาตุโปแตสเซียมสูง นอกจากนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือที่เรียกกันว่า แอนตี้ออกซิแดนท์ อีกมากมายหลายชนิด ซึ่งถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะปัจจุบันนี้เป็นที่ยอมรับว่าอนุมูลอิสระเป็นสารพิษต่อเซลล์ร่างกาย อาจเกิดจากของเสียภายในเซลล์เอง  และรับมาจากภายนอก จากมลภาวะต่างๆ  สารอนุมูลอิสระในปริมาณที่มากเป็นอันตรายต่อเซลล์ เพราะจะทำลาย ดีเอ็นเอ เยื่อหุ้มเซลล์ อนุมูลอิสระนอกจากจะมีผลต่อการอักเสบและการทำลายเนื้อเยื่อในระยะสั้น ในระยะยาวที่เชื่อว่าอาจมีผลต่อความเสื่อมหรือการแก่ของเซลล์ และอาจเป็นสารก่อมะเร็ง โรคหัวใจ ต้อกระจก และโรคอื่นๆ อีกมากมาย
            จากการศึกษาพบว่าในลูกยอยังมีสาร Polysaccharide (Noni PPT) ซึ่งมีงานวิจัยว่าชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็ง Lewis lung carcinoma ได้จริง นอกจากนี้ในลูกยอยังมีสาร Xeronine ที่เป็นสารช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ควบคุมการทำงานของเซลล์ และสร้างเซลล์ใหม่เพื่อทดแทนเซลล์ที่เสื่อมได้ และก็มีงานวิจัยที่ยืนยันในเรื่องการเสริมสร้างภูมิต้านทานจากลูกยอ
ข้อควรระวัง
            น้ำลูกยอมีธาตุโปแตสเซียมสูงพอสมควร (53.3 mEq/L) พอๆ กับน้ำส้มและมะเขือเทศ จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยไตเสียขนาดรุนแรง จนมีภาวะโปแตสเซียมสูงได้ง่าย ซึ่งผู้ป่วยกรณีนี้จะมีอาการของโรคไตที่ชัดเจน และมักเป็นในกลุ่มไตวายเรื้อรังที่กำล้างไตอยู่ ถ้ารับประทานน้ำลูกยอแล้วมีโปแตสเซียมสูงมากจนเป็นอันตราย จึงไม่ควรทานในผู้ป่วยโรคไตวายที่ได้รับการล้างไต แต่ในคนปกติสามารถรับประทานได้ และไม่ทำให้เกิดโรคไตแต่อย่างใด และไม่มีรายงานใดที่บอกว่า ในคนปกติแล้วการทานน้ำลูกยอจะเป็นอันตรายต่อไต หรือก่อเกิดโรคไตทุกชนิด
            โดยสรุป น้ำลูกยอแม้จะมีประวัติความเป็นมาที่ไม่ยาวนัก แต่ก็มีผู้นิยมทานกันเป็นจำนวนมาก มีประสบการณ์ส่วนบุคคลยืนยันมากถือว่ามีคุณค่าในตัวเอง นับเป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่มีประโยชน์ และที่สำคัญคือ น้ำลูกยอของไทยก็เป็นชนิดเดียวกับต่างประเทศที่มีชื่อเสียง จึงน่าจะไม่แพ้ของต่างประเทศใดในโลกเช่นกัน
            ร่างกายของมนุษย์ประกอบไปด้วยเซลล์ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดภายในร่างกาย ในกรณีที่ร่างกายเสื่อมถอย สาเหตุมาจากเซลล์เหล่านั้นทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ การรับประทานน้ำลูกยอเป็นอาหารเสริม  จะเป็นส่วนที่ช่วยเสริมสร้างให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายของเราฟื้นฟูแข็งแรง และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันด้วยตัวของเราเอง ปริมาณในการรับประทานน้ำลูกยอขึ้นกับว่าร่างกายของแต่ละบุคคลมีความบกพร่องมากน้อยเพียงใด สารต่างๆ ในลูกยอมากกว่า 150 ชนิด จะเป็นส่วนช่วยเสริมสร้างให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายแข็งแรงขึ้น
น้ำลูกยอดีและมีความสำคัญอย่างไร
          มีการทดลองทางการแพทย์ โดยการนำน้ำลูกยอมาให้คนไข้รับประทาน พร้อมกับรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน พบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่รับประทานน้ำลูกยอจะมีอาการของโรคลดน้อยลง และมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ตัวอย่างเช่น โรคมะเร็ง, โรคหัวใจ, โรคเส้นเลือดในสมองแตก, โรคเบาหวาน, อาการอ่อนเพลีย, โรคอ้วน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคไขข้ออักเสบ, ปวดบวมต่างๆ, โรคภูมิแพ้, ปัญหาระบบการย่อย, ปัญหาระบบทางเดินทางหายใจ, ปัญหาการนอนไม่หลับ, ความกดดัน, ความเครียด, ปัญหาเกี่ยวกับไต, ช่วยเพิ่มพลังสมองและความรู้สึกฉับไวขึ้น
            นอกจากนี้ น้ำลูกยอยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมฤทธิ์ของยาต่างๆ ที่ใช้กับผู้ป่วยได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยออกฤทธิ์เสริมกับสารอาหารกับยาต่างๆ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยต้านการอักเสบทุกชนิด ช่วยทำลายแบคทีเรีย ระงับอาการป่วยต่างๆ ช่วยให้คนที่เป็นแผลหายเร็วขึ้น ป้องกันโรคมะเร็ง
เอกสารอ้างอิง
1.       Anticancenter activity of Morinda citrifolia (Noni) on intraperitonedally implanted Lewis lung carcinoma in syngeneic mice, Proc West Pharmacol Soc 1994;37:145-6
2.       An immunomodulatory polysaccharide-rich substance from the fruit juice of Morinda citirif olia (Noni) with antitumour activity, Phytother Res 1999;13(5):380-7
3.       Noni juice (Morinda citrifolia): hidden potential for hyperkalemia – Am J Kidney Dis 2000 Feb;35(2):310-2



วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

หัวเราะ รักษาเบาหวาน

หัวเราะรักษาเบาหวาน
            หัวเราะเป็นยาวิเศษ นอกจากนี้ยังช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยเบาหวานอย่างได้ผล
            มีข้อมูลจากนักจิตประสาทภูมิคุ้มกันแห่งมหาลัยโลมาลินดา รัฐแคลิฟฟอร์เนีย ว่าเสียงหัวเราะของผู้ป่วยเบาหวานช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ โดยทำการทดลองกับผู้ป่วยเบาหวานประเภทสอง อายุราว 50 ปี จำนวน 20 คนทุกคนได้รับการรักษาทางการแพทย์ตามมาตรฐาน ทั้งกินยาลดความดัน และยาลดระดับคอเลสเตอรอล

                ผู้ทดลองแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกใช้วิธีรักษาด้วยยาตามปกติ  ส่วนกลุ่มที่สองได้รับทั้งยาและการบำบัดด้วยเสียงหัวเราะ โดยให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ดูหนังฟังเพลงที่ตนเองชอบวันละ 30 นาที ต่อเนื่องนาน 12 เดือน ได้ผลการทดลองออกมาว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่สองมีปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดีหรือ เอชดีแอล เพิ่มขึ้น 26% ในขณะที่กลุ่มแรกมี เอชดีแอล เพิ่มขึ้นแค่ 3%  ส่วนการบ่งชี้นการอักเสบหรือ ซี-รี แอ๊คทีฟ โปรตีนก็ลดลงมากถึง 66% ในกลุ่มที่สอง และ 26% ในกลุ่มแรก

                ผู้วิจัยกล่าวว่า ขณะหัวเราร่างกายจะเผาผลาญคอเลสเตอรอลชนิดเลวและเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดี ช่วยป้องกันหัวใจและเพิ่มภูมิคุ้มกันการติดเชื้อได้

ข้อมูล : Health Day

วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554

ไตวาย ไตพิการ เพราะการดื่มน้ำไม่เพียงพอ


ดื่มน้ำอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
                "หากให้เลือกระหว่างอดน้ำกับอดอาหารหลายคนอาจจะเลือกไม่ถูกเพราะทราบดีว่าทั้งน้ำและอาหาร คือ ปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต แต่โดยหลักวิทยาศาสตร์แล้ว ชีวิตคนปกติสามารถอดอาหารได้นานเกือบเดือน แต่หากขาดน้ำประมาณ 3-7 วันชีวิตนั้นมีอันต้องดับสูญอย่างแน่นอน"
               
                เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของอวัยวะต่างๆ ทั้งเลือด กล้ามเนื้อ รวมไปถึงอวัยวะที่แข็ง เช่น เล็บ ฟัน กระดูก ซึ่งโดยภาพรวมแล้วในส่วนประกอบทั้งหมดของร่างกายมีน้ำเป็นองค์ประกอบ 3 ใน 4 หรือคิดเป็น 85 % ของร่างกายเลยทีเดียว
                ถึงตรงนี้คงะเห็นแล้วว่า น้ำมีความสำคัญเพียงใด หรือเหตุใดร่างกายมนุษย์จึงขาดน้ำนานไม่ได้ เพราะนอกจากน้ำจะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกายแล้ว หากมองในด้านสุขภาพการที่เราดื่มน้ำเข้าไปในร่างกาย น้ำยังไปช่วยในการชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ รวมไปถึงการเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ ในหลักวิชาการเกี่ยวกับความสวยความงามจึงมีการกล่าวถึงอยู่เสมอว่าหากมีการดื่มน้ำที่พอเพียงกับความจำเป็นที่ต้องใช้เครื่องสำอางเพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นนั้นน้อยมาก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ร่างกายของคนปกติจะต้อการน้ำวันละ 4,000 ซีซี หรือ 4 ลิตร เป็นอย่างน้อย
                หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอจะเกิดอะไรขึ้น?
เรามาดูกันว่า เมื่อร่างกายมนุษย์ได้รับปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
1.หัวใจทำงานหนัก และมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ เหตุเพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำเลือดจะข้นขึ้น ซึ่งจะทำให้การไหลเวียนของเลือดลำบาก ผลกระทบต่อไปคือ หัวใจต้องทำงานหนักเพิ่มมากขึ้น อันจะส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ และผลที่จะเห็นได้จากภายนอก คืออาการหน้ามืด อันเกิดจากเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียง
2.สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต ไม่ว่าจะเป็นไตวาย ไตพิการ ให้ลองสังเกตดูที่ปัสสาวะ หากวันไหนที่เรารู้สึกได้ว่า ภายใน 1 วันเราทานน้ำน้อยเกินไปปัสสาวะจะมีสีเหลืองเข้ม ภาวะเช่นนี้ส่งผลให้ไตต้องทำงานหนักกว่าปกติ และหากร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่ไตจะมีปัญหาก็มีสูงขึ้น
3.ท้องผูก ถ่ายอุจจาระไม่สะดวก
4.ผิวหนังหยาบ ไม่สดชื่นหรือสดใส ริมฝีปากแห้ง รวมไปถึงนัยน์ตาแห้ง อันเกิดจากการขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง
ดื่มน้ำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นว่า ร่างกายของคนปกติจะต้องการน้ำวันละ 4,000 ซีซี หรือ 4 ลิตร เป็นอย่างน้อย แต่การจะดื่มน้ำเพื่อให้เพียวพอกับความต้องการของร่างกายเพียงครั้งเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ภายใน 1 วัน จึงควรแบ่งการดื่มน้ำดังต่อไปนี้
ตอนเช้า อย่างน้อย 1 แก้ว (400 ซีซี)
ตอนสาย อย่างน้อย 2 แก้ว
ตอนบ่าย อย่างน้อย 3 แก้ว
ตอนเย็น อย่างน้อย 3 แก้ว
ก่อนเข้านอน ควรดื่ม 1 แก้ว
โดยการดื่มน้ำก่อนเข้านอนนั้น จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย กล่าวคือ ขณะนอนร่างกายจะพักผ่อนอย่างเต็มที่ น้ำที่ดื่มไปจะไปชำระของเสียในร่างกาย และจะถูกขับออกมา ทั้งการปัสสาวะและอุจจาระ นอกจากนี้แล้วการดื่มน้ำอุ่นก่อนนอน จะส่งผลให้หลับสบายได้อีกด้วย
หลักปฏิบัติ/พฤติกรรมในการดื่มน้ำ
-ไม่ควรทานอาหารพร้อมกับการดื่มน้ำสลับกัน
รวมไปถึงไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไปทั้งก่อนและหลังทานอาหารในแต่ละมื้อ เพราะจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง อันจะส่งผลให้กระบวนการย่อยอาหารที่รับประทานไปไม่เป็นปกติ
                -การดื่มน้ำบ่อยๆ อาจส่งผลให้เกิดการปัสสาวะบ่อย โดยปัสสาวะครั้งแรกอาจมีสีเหลืองเข้มและมีกลิ่นแรงถือเป็นสิ่งปกติ ซึ่งจะพบเจอในช่วงเช้า
                -การดื่มน้ำ ไม่จำเป็นต้องเร่งดื่มตามปริมาณที่ร่างกายต้องการเพียงแค่ครั้งเดียว  ให้ดื่มตามความสะดวก

ที่กล่าวมาทั้งหมดลองนำไปปฏิบัติดู แล้วจะพบว่า เมื่อรับประทานน้ำได้ตามปริมาณความต้องการของร่างแล้วจะเกิดประโยชน์เพียงใค